ตัวอย่างการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ

Examples-of-biological-researchhh1ถ้าเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพชิ้นนี้แล้ว เชื่อว่าคงจะมีคนไทยอีกนับแสนนับล้านที่ต้องล้มตายไป นี่จึงเป็นงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่คู่ควรแก่การบอกเล่าที่มาที่ไปอย่างยิ่ง นั่นคือ การค้นพบและพัฒนาวิธีปลูกฝีดาษ เพื่อป้องกันไข้ทรพิษของ นายแพทย์ แดน บีช แบรดลีย์ หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ หมอบรัดเลย์

เมื่อศตวรรษที่ 18 มีการค้นพบการปลูกฝีเพื่อรักษาไข้ทรพิษโดยนายแพทย์เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) เรื่องนี้กลายเป็นที่ยอมรับและแพร่หลายไปทั่วในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่เวลานั้นเมืองไทยยังไม่ได้มีการนำเข้าหนองฝีสำหรับใช้ปลูก ทำให้งานรักษาไข้ทรพิษเป็นไปอย่างยากลำบากมาก เพราะต้องสั่งเข้าจากอเมริกา

เมื่อหมอบรัดเลย์เข้ามาเปิดคลิกนิกทำงานในเมืองไทย เขาเป็นนายแพทย์ตะวันตกคนแรกๆที่เริ่มสั่งพันธุ์หนองสำหรับปลูกฝีเข้ามาใช้ แต่ก็พบว่ามันต้องใช้เวลานานมากกว่า 9 เดือน จึงจะขึ้นเรือจากอเมริกาแล้วมาส่งถึงเมืองไทยได้ ดังนั้นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้ หมอบรัดเลย์จึงค้นหาวิธีที่จะปลูกทรพิษด้วยตนเอง เพื่อนำมาใช้ในการรักษา นี่จึงเป็นงานด้านชีวภาพครั้งแรกๆในเมืองไทย

หมอบรัดเลย์เริ่มจากการนำหนองในตัวผู้ป่วย เอามาปลูกใส่ผู้ป่วยกลับเข้าไปโดยตรง เป็นแนวคิดและวิธีการแบบที่แพทย์จีนเคยใช้มาก่อน เพราะแพทย์จีนจะเอาเชื้อมาจากพันธุ์หนองฝีที่ปลูกในวัวและเอาสะเก็ดหนองฝีมาใช้ ของหมอบรัดเลย์จึงมีความเสี่ยงและอันตรายกว่ามาก ยังไม่มีอะไรการันตีว่าจะสำเร็จหรือไม่

แล้วผลปรากฏว่า งานทดลองปลูกฝีเป็นครั้งแรกให้คนไข้ที่เป็นเด็กจำนวน 15 คน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2378 ประสบความล้มเหลว จากนั้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2381 ไข้ทรพิษได้เกิดระบาดครั้งร้ายแรง เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นอีก หมอบรัดเลย์จึงใช้วิธีปลูกทรพิษเพื่อเป็นวิธีป้องกัน แล้วยังพิมพ์ใบปลิวชักชวนคนไทยให้หันมาปลูกทรพิษกันด้วย แล้วใน พ.ศ. 2381 ด้วยกระแสรับสั่งของรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้หมอหลวงทั้งหมดไปฝึกหัดการปลูกทรพิษกับพวกมิชชันนารี แล้วในที่สุดก็ทำสำเร็จ เมื่อการระบาดของไข้ทรพิษ ทำให้เขาได้ปลูกฝีให้เด็ก 75 คน ใน พ.ศ. 2384 ซึ่งแม้ว่าจะปลูกขึ้นแค่ไม่กี่คน แต่ก็ทำให้คนกล้ามาทดลองรับการปลูกฝีมากขึ้นต่อมา จึงนับเป็นความสำเร็จของงานด้านการวิจัยและพัฒนาชีวภาพเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นำไปสู่การออกกฎหมายบังคับให้ทุกคนปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษใน พ.ศ. 2456

จากวันนั้นผ่านมามากกว่า 200 ปี งานวิจัยด้านนี้พัฒนาไปมาก จากการทดลองทำแบบตามมีตามเกิดและทรัพยากรที่จำกัด คนที่ทำได้ก็มีแค่ตัวหมอผู้ปฏิบัติการ ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนมากนักในช่วงแรก แต่งานวิจัยของหมอบรัดเลย์ในสมัยนั้นก็ส่งผลให้เกิดการค้นคว้าด้านนี้ขึ้นตามมา ก่อนจะเข้าสู่ยุคปัจจุบันที่การวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ล้ำหน้าไปไกลเกินกว่าแค่งานในห้องแล็ปเล็กๆที่มีผู้ปฏิบัติงานแค่ 1-2 คนแล้ว

Examples-of-biological-research

ในทศวรรษ 2000 ที่ผ่านมา หนึ่งในงานค้นคว้าชีวภาพที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย เห็นจะไม่พ้นด้านงานภาคเกษตรกรรม ที่ส่งผลไปถึงอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะการโคลนนิ่งวัว และการค้นพบยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรค โดยเฉพาะยาต้านโรคเอดส์ ซึ่งแพทย์ชาวไทยได้ค้นพบสำเร็จ นั่นคือแพทย์หญิงกฤษณา ไกรสินธุ์ เจ้าของรางวัลแม็กไซไซในปี พ.ศ. 2552 จากการผลิตยาต้านโรคเอดส์และยารักษาโรคมาลาเรีย ซึ่งมุ่งผลิตและขายในราคาถูก ที่สำคัญได้นำไปใช้รักษาคนป่วยชาวแอฟริกาจำนวนมากที่ยังมีปัญหาเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้อยู่จำนวนมาก ความสำเร็จเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของความก้าวหน้าทางงานวิจัยของคนไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก